วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วัดในจังหวัดสุพรรณบุรี วัดไผ่โรงวัว

                                                วัดไผ่โรงวัว



                                                 ซุ้มประตูวัดไผ่โรงวัว


                                        สมเด็จพระกะกุสันโท ปางมารวิชัย สูง 58 เมตร หน้าตักกว้าง 40 เมตร                                              
วัดไผ่โรงวัว หรือ วัดโพธาราม เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง วัดมีพื้นที่ทั้งหมด 248 ไร่ พื้นที่ของวัดแต่เดิมเป็นดงป่าไผ่ที่ชาวบ้านนำวัวมาผูกไว้ระหว่างทำนา ปัจจุบันภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างต่างๆเป็นจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูปต่างๆ รูปหล่อพุทธประวัติ พระโพธิสัตว์ พระวิหารร้อยยอด เจดีย์ร้อยยอด สังเวชนียสถานจำลอง เมืองสวรรค์เมืองนรกจำลอง ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอย่างสม่ำเสมอ 

 วัดไผ่โรงวัว ถูกสร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นวัดที่มีพุทธศาสนิกชน และบุคคลทั่วไปนิยมไปเที่ยวชมกันมากเพราะท่านพระครูอุทัยภาคาธร (หลวงพ่อขอม) ได้ดำเนินการก่อสร้าง "พระพุทธโคดม"  เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่สำคัญหลายแห่ง เช่น "สังเวชนียสถาน 4 ตำบล" คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนาและปรินิพพาน มีส่วนที่แสดงงานประติมากรรม เกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ สวรรค์ภูมิ นอกจากนี้ยังมี "พระกะกุสันโธ" พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้านหน้าพระพุทธรูปมี "ฆ้อง และบาตร" ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมี "พระวิหารร้อยยอด" และ "พระธรรมจักร" หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย เป็นวัดที่โดดเด่นวัดหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี

                                                  พระพุทธโคดม

ประวัติพระโคดมพุทธเจ้า
พระ โคตมพุทธเจ้า หรือที่นิยมเรียกว่า พระพุทธเจ้า เป็นพระบรมศาสดาของศาสนาพุทธ เป็นผู้สั่งสอนพระธรรมวินัยซึ่งต่อมาเรียกว่าพระพุทธศาสนา ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาท ถือว่าการเรียกพระพุทธเจ้าโดยออกนามโคตรนั้นเป็นการไม่เคารพ เช่น เรียกว่า พระสมณโคดม เป็นต้น ทำให้ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาทมักเรียกพระพุทธองค์โดยใช้ศัพท์ว่า สตฺถา ที่แปลว่า พระศาสดา แทน ปัจจุบันชาวพุทธนิยมเรียกพระโคตมพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง พระโคตมพุทธเจ้า นั่นเอง

เหตุที่ทำให้ต้อง เรียกพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันโดยออกชื่อโคตรนั้น เพราะว่าในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาถือว่าพระพุทธเจ้า หรือผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวงเองนั้น เคยมีมาแล้วในอดีตนับประมาณไม่ได้ การเรียกโดยระบุนามโคตรของพระองค์จึงเป็นการเจาะจงว่าหมายเฉพาะพระพุทธเจ้า พระองค์นี้ (องค์ปัจจุบัน ซึ่งกำเนิดในโคตมโคตร) เท่านั้น

โดยตาม คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาทั้งเถรวาทและมหายานนับถือตรงกันว่า พระโคตมพุทธเจ้าทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ระหว่าง 80 ปีก่อนพุทธศักราช จนถึงเริ่มพุทธศักราชซึ่งเป็นวันปรินิพพาน ตรงกับ 543 ปี ก่อนคริสตกาลตามตำราไทยซึ่งอ้างอิงปฏิทินสุริยคติไทยและปฏิทินจันทรคติไทย และตรงกับ 483 ปีก่อนคริสตกาลตามปฏิทินสากล
พระโคตมพุทธเจ้าเป็นพระ ราชโอรสผู้ทรงดำรงตำแหน่งแห่งศากยมกุฏราชกุมาร ของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายาแห่งศากยวงศ์ โคตมโคตร อันเป็นราชสกุลวงศ์ที่ปกครองกรุงกบิลพัสดุ์มาแต่ช้านาน มีพระนามแต่แรกประสูติว่า สิทธัตถะ หรือ สิทธารถ (/สิดทาด/) เมื่อเสด็จออกผนวชและบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ได้รับการถวายพระนามต่าง ๆ อาทิ พระศากยมุนี พระพุทธโคดม พระโคดมพุทธเจ้า ทั้งนี้ ทรงออกพระนามพระองค์เองว่า "ตถาคต" แปลว่า พระผู้ไปดีแล้ว คือทรงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงแล้ว




               
                                รูปปั้นเปรตในรูปแบบต่างๆ

            วัดไผ่โรงวัวก็เป็นอีกหนึ่ง"วัดในจังหวัดสุพรรณบุรี"ที่น่าไปเที่ยวชมและทำบุญในวัดหยุด

วัดในจังหวัดสุพรรณบุรี วัดแค

                                   

                                                      วัดแค จ.สุพรรณบุรี

  

                                              คุ้มขุนแผน วัดแค

วัดแค สุพรรณบุรี
    วัดแคเป็นวัดที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน  วัดแคตั้งอยู่ที่ วัดแค ตั้งอยู่บ้านค่ายเก่า หมู่ ๑ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๐๓๔ ตั้งอยู่ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน มีเนื้อที่ ๗ ไร่ ๑ งาน ๘๐ ตารางวา อยู่ปลายสุดของคูเมือง หรือกำแพงเมืองสมัยอู่ทอง ทางด้านเหนือ
     ภายในวัดนี้มี ต้นมะขามใหญ่ ขนาดใหญ่มหึมาประมาณ ๙ คนโอบ วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ ๙.๕๐ เมตร อายุประมาณ ๑,๐๐๐ ปี และยังมีต้นมะขามที่ใหญ่รองลงมาปลูกอยู่ตามขอบเขตที่ดินของวัดปลูกอยู่ 4 ทิศของวัด
    มีตำนานเล่าว่า ขุนแผนได้มาบวชเป็นเณรที่วัดป่าเลไลย์ ทราบว่าอาจารย์คง ซึ่งเป็นเพื่อนกับบิดา เก่งในทางเวทมนต์คาถา จำพรรษาอยู่วัดแค จึงหนีออกจากวัดป่าเลไลยก์ มายังวัดแค และศึกษาวิชาอาคมกับอาจารย์คง ซึ่งอาจารย์คงได้สอนเวทย์มนต์เกี่ยวกับ การเสกใบมะขามเป็นต่อเป็นผึ้ง ขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามให้เป็นตัวต่อแตนจากต้นมะขามต้นนี้ กับ ท่านอาจารย์คง เพื่อใช้เวลาโจมตีข้าศึก




             
     
             ต้นมะขามยักษ์


  
โบราณวัตถุ ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  คือ  
  1. พระประธานในวิหารเก่า   ก่ออิฐถือปูนขนาดหน้าตักกว้าง ๘ ฟุต ๓ นิ้ว สูงราว ๑๐ ฟุต  ถวายนามว่า (พระพุทธมงคล) ประดิษฐานภายในวิหาร ปัจจุบันวิหารนี้ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
  2. พระพุทธบาทสี่รอย  ฝีมือประณีตงดงาม ภายในรอยฝ่าพระบาทซ้อนกันถึง ๔ ชั้น มีรูปภาพต่างๆ ภายใน เช่น พระในซุ้มเรือนแก้ว เต่า หงส์ ฯลฯ คล้ายแสดงเรื่องราวพระเจ้าสิบชาติ
  3. พระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อทองเหลืองศิลปรัตนโกสินทร์ หน้าตักกว้าง ๓๔ นิ้ว สูง ๕๔ นิ้ว
  4. ระฆังทองเหลือง  จำนวน ๒ ใบ ลวดลายรัตนโกสินทร์  สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๔
  5. หม้อต้มกรักทองเหลือง  ใช้สำหรับต้มย้อมจีวร
  6. ต้นมะขามยักษ์อายุ ๑,๐๐๐ ปี  ประมาณ  ๙  คนโอบ หรือประมาณ ๗.๔๐ เมตร สูงราว ๒๐ เมตร
       วัดแคยังมีการทำบุญใหย๋ให่กับเด็กที่ถูกทำแท้งจึงเป็นวัดที่ขึ้นชื่ออีกวัดหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีนี่แหละคือ"วัดในจังหวัดสุพรรณบุรี"